กระดูกสันหลังเสื่อม รักษาหายไหม เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร
ปัญหาสุขภาพที่พบเจอบ่อยในยุคปัจจุบันก็คือ กระดูกสันหลังเสื่อม เกิดจากพฤติกรรมที่ใช้งานหนักหรือผิดวิธี เช่น นั่งทำงานทั้งวัน ยกของหนักผิดท่า หรือความเสื่อมสภาพของกระดูกเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น มักจะปวดตึงที่หลังหรือคอ โดยทั่วไปเมื่อพักผ่อนหรือเปลี่ยนท่า อาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น
แต่หากปวดร้าวลงขา ขาชา กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรง หรือปวดหลังเรื้อรัง สัญญาณกระดูกสันหลังเสื่อมที่ไม่ควรมองข้าม และต้องรีบไปพบแพทย์โดยทันที โรงพยาบาลวิชัยยุทธจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์
สารบัญ
- กระดูกสันหลังเสื่อม คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
- อาการกระดูกสันหลังเสื่อม สังเกตอย่างไร?
- สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของกระดูกสันหลังเสื่อม
- ใครบ้างที่เสี่ยงต่อกระดูกสันหลังเสื่อมเร็วขึ้น?
- กระดูกสันหลังเสื่อม ต่างจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอย่างไร?
- ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นกระดูกสันหลังเสื่อม?
- แนวทางการรักษา ไม่ผ่าตัด vs ผ่าตัด เลือกแบบไหนดี?
- คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกสันหลังเสื่อม (FAQ)
กระดูกสันหลังเสื่อม คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
กระดูกสันหลังของเราประกอบด้วยกระดูกหลายชิ้นเรียงต่อกัน โดยมีหมอนรองกระดูกคั่นกลางเพื่อช่วยรองรับแรง เมื่ออายุมากขึ้นหรือใช้งานหนัก โครงสร้างเหล่านี้อาจเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น
- หมอนรองกระดูกสึกและบางลง
- ข้อต่อเล็ก ๆ ของกระดูกสันหลังเสื่อม
- กระดูกงอก (Bone spur) กดทับเส้นประสาท
ผลที่ตามมา คือ อาการปวดหลังเรื้อรังที่อาจลุกลามไปถึงอาการชา อ่อนแรง หรือปวดร้าวลงขาได้
อาการกระดูกสันหลังเสื่อม สังเกตอย่างไร?
- ปวดหลังเรื้อรังเกิน 3 เดือน
- ปวดมากขึ้นเมื่อยืน เดิน หรือนั่งนาน ๆ
- ปวดร้าวไปที่สะโพกหรือต้นขา
- เคลื่อนไหวไม่คล่องเหมือนเดิม
- มีอาการชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย
หากคุณมีอาการเหล่านี้บ่อย ๆ ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม เพื่อแยกว่ามาจากกล้ามเนื้อ หรือเป็นผลของการเสื่อมของโครงสร้างกระดูกสันหลัง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของกระดูกสันหลังเสื่อม
กระดูกสันหลังเสื่อม เป็นปัญหาสุขภาพที่พบเจอได้เมื่ออายุเพิ่มขึ้น เพราะกระดูกเสื่อมสภาพตามกาลเวลา แต่บางพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ก็สามารถเร่งให้เสื่อมเร็วขึ้นกว่าปกติได้ โดยปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงมีดังต่อไปนี้
- อายุ: เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ก็จะมีการสูญเสียน้ำในหมอนรองกระดูกและเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ จากการใช้งานเป็นเวลานาน
- พฤติกรรม: เช่น นั่งท่าเดิมนาน ๆ ขับรถโดยไม่แวะพัก เป็นการเพิ่มแรงกดสะสมที่กระดูกสันหลังอย่างต่อเนื่อง หรือยกของหนักโดยใช้หลังแทนการย่อเข่า จะทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น
- น้ำหนักตัวมากเกินไป: ทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวต้องรับน้ำหนักที่มากเกินไปตลอดเวลา
- การเล่นกีฬา: โดยเฉพาะกีฬาที่มีการกระแทกเยอะ ๆ หรือมีแรงบิดอย่างรุนแรง เช่น ฟุตบอล เทนนิส แบดมินตัน เสี่ยงทำให้กระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อกระดูกสันหลังเสื่อมเร็วขึ้น?
แม้ความเสื่อมจะเป็นเรื่องตามวัย แต่บางพฤติกรรมสามารถเร่งให้เกิดเร็วขึ้น ได้แก่
- การนั่งทำงานนานโดยไม่เปลี่ยนท่า
- การยกของหนักบ่อย ๆ
- การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- การขาดการออกกำลังกาย
- น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน
กระดูกสันหลังเสื่อม ต่างจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอย่างไร?
ทั้งสองภาวะไม่ใช่อาการเดียวกัน แต่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมเป็นสาเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่น และเมื่อเนื้อเยื่อด้านในปลิ้นออกมา ก็อาจทำให้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ สรุปความแตกต่างได้ดังนี้
| ลักษณะ | กระดูกสันหลังเสื่อม | หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท |
|---|---|---|
| สาเหตุ | กระดูกสึกหรอจากการใช้งานหนัก หรืออายุที่เพิ่มขึ้น | หมอนรองกระดูกเคลื่อนตัวผิดปกติไปทับเส้นประสาท |
| อาการเด่น | ปวดตึงที่หลังและคอ มักเป็น ๆ หาย ๆ | ปวดร้าวลงขาหรือแขน ร่วมกับชาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง |
| ตำแหน่งที่เกิด | ตามแนวกระดูกสันหลัง | บริเวณคอและเอว |
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นกระดูกสันหลังเสื่อม?
แม้ไม่สามารถหยุดความเสื่อมได้ทั้งหมด แต่เราสามารถชะลอและลดอาการได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- ปรับพฤติกรรมการนั่ง: นั่งหลังตรง พักเปลี่ยนอิริยาบถทุก 45-60 นาที
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เน้นเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางและหลัง เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว โยคะ
- ควบคุมน้ำหนัก: ลดแรงกดที่กระดูกสันหลัง
- อาหารเสริมสร้างกระดูก: รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ
- การตรวจสุขภาพเป็นระยะ: หากมีอาการปวดเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ เช่น เอกซเรย์หรือ MRI
แนวทางการรักษา ไม่ผ่าตัด vs ผ่าตัด เลือกแบบไหนดี?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เน้นไปที่การบรรเทาและป้องกันไม่ให้อาการทรุดตัว แต่หากมีอาการรุนแรงหรือพบการกดทับของเส้นประสาท แพทย์ที่ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ อาจพิจารณาผ่าตัดหรือฉีดยาเพื่อรักษา
รักษาด้วยยาและกายภาพบำบัด
แพทย์อาจจ่ายยาแก้ปวด ยาต้านอักเสบ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อบรรเทาอาการ ควบคู่กับการทำกายภาพบำบัด เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ
ฉีดยาลดการอักเสบ
บางรายที่มีเส้นประสาทถูกกดทับและอาการไม่ดีขึ้นจากใช้ยา อาจต้องใช้วิธีฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาท เพื่อลดการอักเสบและลดการกดทับเส้นประสาทชั่วคราว
การผ่าตัด
เป็นทางเลือกสุดท้ายในรายที่อาการรุนแรง เช่น ปวดร้าวรุนแรงต่อเนื่อง อ่อนแรงมากขึ้น หรือกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน หรือรักษาด้วยวิธีอื่นไม่สำเร็จ แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเพื่อลดแรงกดที่เส้นประสาท
สรุป
ปวดหลังเรื้อรังไม่ควรละเลย เพราะอาจเป็นสัญญาณของกระดูกสันหลังเสื่อม การเข้าใจอาการตั้งแต่ระยะแรกและปรับพฤติกรรมชีวิตประจำวันเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและคงคุณภาพชีวิตให้ยืนยาว หากคุณมีอาการปวดหลังบ่อย ๆ จนเริ่มกระทบการใช้ชีวิต อย่ารอให้ลุกลาม ควรนัดพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อเพื่อวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกสันหลังเสื่อม (FAQ)
กระดูกสันหลังเสื่อม รักษาหายขาดได้ไหม?
ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถชะลอไม่ให้อาการแย่ลงได้ ผ่านการปรับพฤติกรรม กายภาพบำบัด และการรักษาที่เหมาะสม
กระดูกสันหลังเสื่อม เริ่มพบได้ตั้งแต่อายุเท่าไร?
เริ่มเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป แต่ส่วนใหญ่ยังไม่แสดงอาการชัดเจนจนกว่าจะอายุ 40-50 ปี โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นั่งทำงานนานหรือยกของหนักเป็นประจำ อาจเริ่มมีอาการปวดหลังเรื้อรังเร็วกว่าคนทั่วไป
กระดูกสันหลังเสื่อมกับกระดูกพรุน ต่างกันยังไง?
กระดูกสันหลังเสื่อม เป็นการสึกหรอของข้อต่อและหมอนรองกระดูกเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลัง ส่วนกระดูกพรุน เกิดจากความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง ทำให้กระดูกเปราะและหักง่าย
กระดูกสันหลังเสื่อม ออกกำลังกายแบบไหนดี?
ควรเลือกกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว หรือโยคะ ควรหลีกเลี่ยงการวิ่งระยะไกลหรือยกน้ำหนักในท่าที่ต้องก้มหลังโดยตรง
ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
โทร. 0-2265-7777





