5 พฤติกรรมที่ทำให้คออักเสบเรื้อรัง
อาการเจ็บคอ แสบคอ หรือระคายคอเป็นครั้งคราว ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อและค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน แต่หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อย เป็น ๆ หาย ๆ หลายสัปดาห์ อาจไม่ใช่เรื่องของการติดเชื้อเพียงอย่างเดียว เพราะในชีวิตประจำวันมีพฤติกรรมหลายอย่างที่สามารถกระตุ้นให้เยื่อบุคอเกิดการระคายเคืองและอักเสบเรื้อรังได้ บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ 5 พฤติกรรมที่อาจเป็นสาเหตุของคออักเสบเรื้อรัง พร้อมคำแนะนำในการดูแลตัวเอง
คออักเสบเรื้อรัง (Chronic Pharyngitis) คือ ภาวะที่มีอาการเจ็บคอ แสบคอ ระคายคอ หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนติดคอเป็นระยะเวลานาน หรือเป็น ๆ หาย ๆ ติดต่อกันหลายสัปดาห์ มีปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือโรคประจำตัวบางชนิดร่วมด้วย
ผู้ที่มีอาการอาจรู้สึกไอแห้ง ๆ ต้องกระแอมบ่อย กลืนแล้วระคายคอ หรือเสียงแหบ โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือหลังใช้เสียงเป็นเวลานาน
1. ใช้เสียงหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน
หลายอาชีพต้องใช้เสียงเป็นประจำ เช่น ครู พนักงานขาย พิธีกร นักร้อง การพูดเสียงดัง พูดต่อเนื่อง หรือใช้เสียงผิดวิธี ทำให้กล้ามเนื้อและเยื่อบุบริเวณลำคอและกล่องเสียงเกิดการเสียดสี ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองและอักเสบสะสมได้
คำแนะนำจากแพทย์
2. ดื่มน้ำน้อย และอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน
เยื่อบุในลำคอต้องอาศัยความชุ่มชื้นเพื่อช่วยปกป้องการระคายเคือง เมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรืออยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน อากาศที่แห้งอาจทำให้ลำคอแห้ง ระคายเคือง และเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น
หลายคนเข้าใจว่าอาการเจ็บคอเกิดจากการติดเชื้อเสมอ แต่ในบางครั้ง สาเหตุหลักอาจเป็นเพียงความแห้งของเยื่อบุทางเดินหายใจ
คำแนะนำจากแพทย์
3. รับประทานอาหารมื้อดึก แล้วนอนทันที
อีกหนึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ โรคกรดไหลย้อน โดยเฉพาะกรดไหลย้อนชนิดที่ส่งผลต่อคอและกล่องเสียง (Laryngopharyngeal Reflux: LPR) เมื่อกรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาสัมผัสบริเวณลำคอที่เป็นเยื่อบุอ่อนไม่ทนต่อกรด จะทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้รู้สึกแสบคอ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือกระแอมบ่อย แม้จะไม่มีอาการแสบร้อนกลางอกที่เป็นอาการของกรดไหลย้อนก็ตาม
คำแนะนำจากแพทย์
4. สูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่อยู่เป็นประจำ
สารเคมีในควันบุหรี่สามารถระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบต่อเนื่อง ลดประสิทธิภาพของระบบกำจัดสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ และทำให้ลำคอแห้งได้ง่าย
นอกจากนี้ ฝุ่นละออง ควันจากการประกอบอาหาร มลภาวะ หรือสารเคมีในสถานที่ทำงาน ก็สามารถกระตุ้นอาการคออักเสบเรื้อรังได้เช่นเดียวกัน
คำแนะนำจากแพทย์
5. ปล่อยให้อาการภูมิแพ้จมูกเป็นอยู่นาน
ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จมูกมักมีน้ำมูกไหลลงคอ (Postnasal Drip) ซึ่งทำให้เยื่อบุลำคอถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้รู้สึกระคายคอ คันคอ ไอ หรือกระแอมบ่อย โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือก่อนนอน
หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการเจ็บคอธรรมดา ทั้งที่ต้นเหตุอาจอยู่ที่โพรงจมูก
คำแนะนำจากแพทย์
เมื่อสังเกตเห็นอาการตั้งแต่ระยะแรกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ลำคอฟื้นตัวได้ดีขึ้น และหากอาการยังคงเป็นต่อเนื่อง การเข้ารับการตรวจจากแพทย์หู คอ จมูก จะช่วยค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
คออักเสบเรื้อรังคืออะไร?
คออักเสบเรื้อรัง (Chronic Pharyngitis) คือ ภาวะที่มีอาการเจ็บคอ แสบคอ ระคายคอ หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนติดคอเป็นระยะเวลานาน หรือเป็น ๆ หาย ๆ ติดต่อกันหลายสัปดาห์ มีปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือโรคประจำตัวบางชนิดร่วมด้วยผู้ที่มีอาการอาจรู้สึกไอแห้ง ๆ ต้องกระแอมบ่อย กลืนแล้วระคายคอ หรือเสียงแหบ โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือหลังใช้เสียงเป็นเวลานาน
1. ใช้เสียงหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน
หลายอาชีพต้องใช้เสียงเป็นประจำ เช่น ครู พนักงานขาย พิธีกร นักร้อง การพูดเสียงดัง พูดต่อเนื่อง หรือใช้เสียงผิดวิธี ทำให้กล้ามเนื้อและเยื่อบุบริเวณลำคอและกล่องเสียงเกิดการเสียดสี ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองและอักเสบสะสมได้
คำแนะนำจากแพทย์
- พักเสียงเป็นระยะระหว่างวัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของลำคอ
- หลีกเลี่ยงการตะโกนหรือกระแอมแรง ๆ บ่อยครั้ง
- หากจำเป็นต้องใช้เสียงเป็นประจำ ควรเรียนรู้เทคนิคการใช้เสียงที่ถูกต้อง
2. ดื่มน้ำน้อย และอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน
เยื่อบุในลำคอต้องอาศัยความชุ่มชื้นเพื่อช่วยปกป้องการระคายเคือง เมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรืออยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน อากาศที่แห้งอาจทำให้ลำคอแห้ง ระคายเคือง และเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น
หลายคนเข้าใจว่าอาการเจ็บคอเกิดจากการติดเชื้อเสมอ แต่ในบางครั้ง สาเหตุหลักอาจเป็นเพียงความแห้งของเยื่อบุทางเดินหายใจ
คำแนะนำจากแพทย์
- ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดวัน
- หากอยู่ในห้องแอร์นาน ควรลุกเดินหรือดื่มน้ำเป็นระยะ
- สามารถใช้อุปกรณ์เพิ่มความชื้นในห้อง หากอากาศแห้งมาก
3. รับประทานอาหารมื้อดึก แล้วนอนทันที
อีกหนึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ โรคกรดไหลย้อน โดยเฉพาะกรดไหลย้อนชนิดที่ส่งผลต่อคอและกล่องเสียง (Laryngopharyngeal Reflux: LPR) เมื่อกรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาสัมผัสบริเวณลำคอที่เป็นเยื่อบุอ่อนไม่ทนต่อกรด จะทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้รู้สึกแสบคอ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือกระแอมบ่อย แม้จะไม่มีอาการแสบร้อนกลางอกที่เป็นอาการของกรดไหลย้อนก็ตาม
คำแนะนำจากแพทย์
- หลีกเลี่ยงการนอนภายใน 2–3 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร และไม่รับประทานอาหารปริมาณมากเกินไปก่อนนอน
- ลดอาหารรสจัด อาหารมัน ของทอด ชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- หากมีอาการเป็นประจำ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์
4. สูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่อยู่เป็นประจำ
สารเคมีในควันบุหรี่สามารถระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบต่อเนื่อง ลดประสิทธิภาพของระบบกำจัดสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ และทำให้ลำคอแห้งได้ง่าย
นอกจากนี้ ฝุ่นละออง ควันจากการประกอบอาหาร มลภาวะ หรือสารเคมีในสถานที่ทำงาน ก็สามารถกระตุ้นอาการคออักเสบเรื้อรังได้เช่นเดียวกัน
คำแนะนำจากแพทย์
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และพื้นที่ที่มีควันบุหรี่
- สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นหรือมลภาวะ
- ดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้านและที่ทำงานให้เหมาะสม
5. ปล่อยให้อาการภูมิแพ้จมูกเป็นอยู่นาน
ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จมูกมักมีน้ำมูกไหลลงคอ (Postnasal Drip) ซึ่งทำให้เยื่อบุลำคอถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้รู้สึกระคายคอ คันคอ ไอ หรือกระแอมบ่อย โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือก่อนนอน
หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการเจ็บคอธรรมดา ทั้งที่ต้นเหตุอาจอยู่ที่โพรงจมูก
คำแนะนำจากแพทย์
- หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่ทราบสาเหตุ
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเมื่อเหมาะสม
- หากมีอาการต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา และกินยาต้านภูมิแพ้ตามแพทย์สั่ง
วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดโอกาสเกิดคออักเสบเรื้อรัง
การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันสามารถช่วยลดการระคายเคืองของลำคอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่- ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
- หลีกเลี่ยงบุหรี่ ควัน ฝุ่น และมลภาวะทางอากาศ
- ใช้เสียงอย่างเหมาะสม พร้อมพักเสียงเป็นระยะ
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารปริมาณมากก่อนนอน
- ดูแลโรคภูมิแพ้หรือกรดไหลย้อนอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์
เมื่อไรควรเข้าพบแพทย์?
หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง- เจ็บคอหรือระคายคอต่อเนื่องเกิน 3–4 สัปดาห์
- เสียงแหบนานเกิน 2–4 สัปดาห์
- กลืนลำบาก หรือกลืนแล้วรู้สึกติด
- มีก้อนบริเวณลำคอหรือรู้สึกมีก้อนภายในคอ
- ไอเรื้อรังโดยหาสาเหตุไม่ได้
- อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเองและปรับพฤติกรรม
เมื่อสังเกตเห็นอาการตั้งแต่ระยะแรกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ลำคอฟื้นตัวได้ดีขึ้น และหากอาการยังคงเป็นต่อเนื่อง การเข้ารับการตรวจจากแพทย์หู คอ จมูก จะช่วยค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคหู คอ จมูก
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 30/08/2026
แพทย์ผู้เขียน
นพ. กรีฑา ม่วงทอง
ความถนัดเฉพาะทาง
โสต ศอ นาสิกวิทยา





