เสียงแหบเรื้อรัง อาการเล็ก ๆ ที่อาจซ่อนโรคร้าย
หลายคนเคยมีอาการเสียงแหบหลังพูดและร้องเพลงติดต่อกันนานๆ หรือเป็นหวัด ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อพักเสียงและดูแลร่างกาย แต่หากเสียงแหบยังคงอยู่ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แม้ไม่มีไข้หรืออาการเจ็บคอร่วมด้วย อาการนี้อาจเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกว่ากล่องเสียงหรือสายเสียงกำลังมีความผิดปกติ
เสียงแหบเรื้อรังเป็นอาการที่พบได้ในทุกช่วงวัย และมีสาเหตุได้ตั้งแต่การใช้เสียงมากเกินไป ภาวะกรดไหลย้อน โรคของสายเสียง เป็นโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะเป็นวิธีที่ช่วยให้การรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ใช้เสียงมากเกินไป
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้เสียงในการทำงาน เช่น
2. ภาวะกรดไหลย้อนขึ้นมาที่ลำคอ
กรดจากกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนขึ้นมาระคายเคืองบริเวณกล่องเสียง ทำให้เกิด
3. ติ่งเนื้อหรือถุงน้ำที่สายเสียง
การใช้เสียงต่อเนื่องหรือการอักเสบเรื้อรัง ทำให้สายเสียงเกิดพยาธิสภาพเกิดภาวะ
4. อัมพาตของสายเสียง
เกิดจากเส้นประสาทที่ควบคุมสายเสียงทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการผ่าตัดบริเวณคอ โรคทางระบบประสาท หรือสาเหตุอื่น ๆ ผู้ป่วยมักมีอาการ
5. มะเร็งกล่องเสียง
เสียงแหบเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ของมะเร็งกล่องเสียง โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงแหบเป็นต่อเนื่องเวลานาน โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ปัจจัยที่พบร่วมได้ ได้แก่
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น CT Scan หรือเก็บชิ้นเนื้อ หากพบความผิดปกติที่จำเป็นต้องประเมินต่อ
การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงการดูแลสายเสียงอย่างถูกวิธี ช่วยให้การใช้เสียงในชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดเสียงแหบเรื้อรัง
ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
เสียงแหบเรื้อรังเป็นอาการที่พบได้ในทุกช่วงวัย และมีสาเหตุได้ตั้งแต่การใช้เสียงมากเกินไป ภาวะกรดไหลย้อน โรคของสายเสียง เป็นโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะเป็นวิธีที่ช่วยให้การรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เสียงแหบเรื้อรังคืออะไร
เสียงแหบ คือ ภาวะที่เสียงเปลี่ยนไปจากปกติ เช่น เสียงแห้ง เสียงแตก เสียงพร่า เสียงเบา หรือพูดแล้วออกเสียงได้ไม่เต็มที่ โดยทั่วไป เสียงแหบเฉียบพลันเกิดจากหวัดหรือการใช้เสียงหนัก อาการมักดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่หากเสียงแหบต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์ จะเรียกว่าเสียงแหบเรื้อรัง ควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงสาเหตุของเสียงแหบเรื้อรัง
เสียงแหบเรื้อรังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสามารถแบ่งได้ ดังนี้1. ใช้เสียงมากเกินไป
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้เสียงในการทำงาน เช่น
- ครู
- นักร้อง
- พิธีกร
- Call Center
- พนักงานขาย
2. ภาวะกรดไหลย้อนขึ้นมาที่ลำคอ
กรดจากกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนขึ้นมาระคายเคืองบริเวณกล่องเสียง ทำให้เกิด
- เสียงแหบตอนเช้า
- กระแอมบ่อย
- รู้สึกมีเสมหะติดคอ
- ไอเรื้อรัง
3. ติ่งเนื้อหรือถุงน้ำที่สายเสียง
การใช้เสียงต่อเนื่องหรือการอักเสบเรื้อรัง ทำให้สายเสียงเกิดพยาธิสภาพเกิดภาวะ
- Vocal Polyp (ก้อนริดสีดวงที่สายเสียง)
- Vocal Cyst (ถุงน้ำที่สายเสียง)
- Vocal Nodule (ติ่งเนื้อที่สายเสียง)
4. อัมพาตของสายเสียง
เกิดจากเส้นประสาทที่ควบคุมสายเสียงทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการผ่าตัดบริเวณคอ โรคทางระบบประสาท หรือสาเหตุอื่น ๆ ผู้ป่วยมักมีอาการ
- เสียงเบา
- พูดแล้วเหนื่อยง่าย
- สำลักน้ำหรืออาหารร่วมด้วย
5. มะเร็งกล่องเสียง
เสียงแหบเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ของมะเร็งกล่องเสียง โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงแหบเป็นต่อเนื่องเวลานาน โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ปัจจัยที่พบร่วมได้ ได้แก่
- สูบบุหรี่
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้สูงอายุ
- การติดเชื้อ HPV บางสายพันธุ์
อาการที่ควรเข้ารับการตรวจ
หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมกับเสียงแหบ ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมิน- เสียงแหบเกิน 2–3 สัปดาห์
- กลืนลำบาก
- เจ็บคอเรื้อรัง
- มีก้อนบริเวณลำคอ
- ไอมีเลือดปน
- หายใจมีเสียงผิดปกติ
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- พูดแล้วเหนื่อยมากกว่าปกติ
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ เช่น- ระยะเวลาที่เสียงแหบ
- ลักษณะการใช้เสียง
- ประวัติสูบบุหรี่
- โรคประจำตัว
- การใช้ยา
การส่องกล้องตรวจกล่องเสียง (Laryngoscopy) โดยแพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิก
เป็นการตรวจที่ช่วยให้เห็นสายเสียงและกล่องเสียงโดยตรง สามารถประเมินการเคลื่อนไหวของสายเสียง การอักเสบ ติ่งเนื้อ หรือความผิดปกติอื่น ๆ ได้อย่างละเอียด ใช้เวลาไม่นานและช่วยวางแผนการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้นในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น CT Scan หรือเก็บชิ้นเนื้อ หากพบความผิดปกติที่จำเป็นต้องประเมินต่อ
แนวทางการรักษา
การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ เช่น- พักการใช้เสียง
- ฝึกใช้เสียงกับนักแก้ไขการพูด (Speech Therapist)
- รักษาภาวะกรดไหลย้อน
- รับประทานยาตามข้อบ่งชี้
- ผ่าตัดติ่งเนื้อหรือก้อนที่สายเสียง
- วางแผนรักษาเฉพาะโรคในกรณีที่พบความผิดปกติของกล่องเสียง
วิธีดูแลสายเสียง
แม้ไม่มีอาการเสียงแหบ การปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้เป็นประจำก็ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาเสียงแหบได้- ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
- หลีกเลี่ยงการตะโกนหรือใช้เสียงต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- พักเสียงเมื่อเริ่มรู้สึกเสียงล้า
- งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
- จำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ดูแลภาวะกรดไหลย้อน หากมีอาการ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการกระแอมหรือขากเสมหะบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้สายเสียงระคายเคืองมากขึ้น
เสียงแหบ...สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
เสียงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร และยังสะท้อนสุขภาพของกล่องเสียงได้เป็นอย่างดี แม้อาการเสียงแหบจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่หากเสียงเปลี่ยนไปและไม่กลับมาเป็นปกติภายใน 2–3 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิก ช่วยหาสาเหตุได้อย่างถูกต้อง พร้อมวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมการสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงการดูแลสายเสียงอย่างถูกวิธี ช่วยให้การใช้เสียงในชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดเสียงแหบเรื้อรัง
ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคหู คอ จมูก
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 30/08/2026
แพทย์ผู้เขียน
นพ. กรีฑา ม่วงทอง
ความถนัดเฉพาะทาง
โสต ศอ นาสิกวิทยา





