• banner

เสียงแหบเรื้อรัง อาการเล็ก ๆ ที่อาจซ่อนโรคร้าย

หลายคนเคยมีอาการเสียงแหบหลังพูดและร้องเพลงติดต่อกันนานๆ หรือเป็นหวัด ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อพักเสียงและดูแลร่างกาย แต่หากเสียงแหบยังคงอยู่ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แม้ไม่มีไข้หรืออาการเจ็บคอร่วมด้วย อาการนี้อาจเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกว่ากล่องเสียงหรือสายเสียงกำลังมีความผิดปกติ

เสียงแหบเรื้อรังเป็นอาการที่พบได้ในทุกช่วงวัย และมีสาเหตุได้ตั้งแต่การใช้เสียงมากเกินไป ภาวะกรดไหลย้อน โรคของสายเสียง เป็นโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะเป็นวิธีที่ช่วยให้การรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสียงแหบเรื้อรังคืออะไร

เสียงแหบ คือ ภาวะที่เสียงเปลี่ยนไปจากปกติ เช่น เสียงแห้ง เสียงแตก เสียงพร่า เสียงเบา หรือพูดแล้วออกเสียงได้ไม่เต็มที่ โดยทั่วไป เสียงแหบเฉียบพลันเกิดจากหวัดหรือการใช้เสียงหนัก อาการมักดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่หากเสียงแหบต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์ จะเรียกว่าเสียงแหบเรื้อรัง ควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

สาเหตุของเสียงแหบเรื้อรัง

เสียงแหบเรื้อรังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสามารถแบ่งได้ ดังนี้

1. ใช้เสียงมากเกินไป
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้เสียงในการทำงาน เช่น
  • ครู
  • นักร้อง
  • พิธีกร
  • Call Center
  • พนักงานขาย
การพูดเสียงดังหรือใช้เสียงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้สายเสียงเสียดสีกันจนเกิดการบวม หรือเกิดก้อนที่สายเสียง (Vocal Nodules)

2. ภาวะกรดไหลย้อนขึ้นมาที่ลำคอ
กรดจากกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนขึ้นมาระคายเคืองบริเวณกล่องเสียง ทำให้เกิด
  • เสียงแหบตอนเช้า
  • กระแอมบ่อย
  • รู้สึกมีเสมหะติดคอ
  • ไอเรื้อรัง
บางรายอาจไม่มีอาการแสบร้อนกลางอก แต่มีเพียงเสียงแหบและอาการที่คอเป็นอาการเด่น

3. ติ่งเนื้อหรือถุงน้ำที่สายเสียง
การใช้เสียงต่อเนื่องหรือการอักเสบเรื้อรัง ทำให้สายเสียงเกิดพยาธิสภาพเกิดภาวะ
  • Vocal Polyp (ก้อนริดสีดวงที่สายเสียง)
  • Vocal Cyst (ถุงน้ำที่สายเสียง)
  • Vocal Nodule (ติ่งเนื้อที่สายเสียง)
ผู้ป่วยมักรู้สึกว่าเสียงไม่เหมือนเดิม พูดนานแล้วเสียงตก หรือออกเสียงสูงได้ยาก

4. อัมพาตของสายเสียง
เกิดจากเส้นประสาทที่ควบคุมสายเสียงทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการผ่าตัดบริเวณคอ โรคทางระบบประสาท หรือสาเหตุอื่น ๆ ผู้ป่วยมักมีอาการ
  • เสียงเบา
  • พูดแล้วเหนื่อยง่าย
  • สำลักน้ำหรืออาหารร่วมด้วย

5. มะเร็งกล่องเสียง
เสียงแหบเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ของมะเร็งกล่องเสียง โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงแหบเป็นต่อเนื่องเวลานาน โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ปัจจัยที่พบร่วมได้ ได้แก่
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ผู้สูงอายุ
  • การติดเชื้อ HPV บางสายพันธุ์
หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถรักษาได้จนหายขาดและช่วยรักษาการใช้เสียงได้ดีตลอดไป

อาการที่ควรเข้ารับการตรวจ

หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมกับเสียงแหบ ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมิน
  • เสียงแหบเกิน 2–3 สัปดาห์
  • กลืนลำบาก
  • เจ็บคอเรื้อรัง
  • มีก้อนบริเวณลำคอ
  • ไอมีเลือดปน
  • หายใจมีเสียงผิดปกติ
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • พูดแล้วเหนื่อยมากกว่าปกติ
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดจากโรคร้ายเสมอไป แต่การตรวจหาสาเหตุจะช่วยให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสมและตรงจุด

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ เช่น
  • ระยะเวลาที่เสียงแหบ
  • ลักษณะการใช้เสียง
  • ประวัติสูบบุหรี่
  • โรคประจำตัว
  • การใช้ยา
จากนั้นอาจตรวจเพิ่มเติมด้วย การตรวจร่างกายทั่วไปและการตรวจทางหู คอ จมูก

การส่องกล้องตรวจกล่องเสียง (Laryngoscopy) โดยแพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิก

เป็นการตรวจที่ช่วยให้เห็นสายเสียงและกล่องเสียงโดยตรง สามารถประเมินการเคลื่อนไหวของสายเสียง การอักเสบ ติ่งเนื้อ หรือความผิดปกติอื่น ๆ ได้อย่างละเอียด ใช้เวลาไม่นานและช่วยวางแผนการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น CT Scan หรือเก็บชิ้นเนื้อ หากพบความผิดปกติที่จำเป็นต้องประเมินต่อ

แนวทางการรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ เช่น
  • พักการใช้เสียง
  • ฝึกใช้เสียงกับนักแก้ไขการพูด (Speech Therapist)
  • รักษาภาวะกรดไหลย้อน
  • รับประทานยาตามข้อบ่งชี้
  • ผ่าตัดติ่งเนื้อหรือก้อนที่สายเสียง
  • วางแผนรักษาเฉพาะโรคในกรณีที่พบความผิดปกติของกล่องเสียง
การรักษาที่ตรงกับสาเหตุช่วยเพิ่มโอกาสให้เสียงกลับมาใกล้เคียงปกติ และลดการเกิดปัญหาซ้ำในระยะยาว

วิธีดูแลสายเสียง

แม้ไม่มีอาการเสียงแหบ การปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้เป็นประจำก็ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาเสียงแหบได้
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
  • หลีกเลี่ยงการตะโกนหรือใช้เสียงต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • พักเสียงเมื่อเริ่มรู้สึกเสียงล้า
  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
  • จำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ดูแลภาวะกรดไหลย้อน หากมีอาการ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการกระแอมหรือขากเสมหะบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้สายเสียงระคายเคืองมากขึ้น

เสียงแหบ...สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

เสียงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร และยังสะท้อนสุขภาพของกล่องเสียงได้เป็นอย่างดี แม้อาการเสียงแหบจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่หากเสียงเปลี่ยนไปและไม่กลับมาเป็นปกติภายใน 2–3 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิก ช่วยหาสาเหตุได้อย่างถูกต้อง พร้อมวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงการดูแลสายเสียงอย่างถูกวิธี ช่วยให้การใช้เสียงในชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดเสียงแหบเรื้อรัง


ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคหู คอ จมูก
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 30/08/2026

แพทย์ผู้เขียน

นพ. กรีฑา ม่วงทอง

img

ความถนัดเฉพาะทาง

โสต ศอ นาสิกวิทยา

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา