มะเร็งโพรงหลังจมูก ตรวจพบเร็ว เพิ่มโอกาสการรักษา
หลายคนอาจคุ้นเคยกับโรคมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ แต่ "มะเร็งโพรงหลังจมูก" (Nasopharyngeal Cancer) กลับเป็นโรคที่หลายคนไม่ค่อยรู้จัก ทั้งที่พบได้ในคนไทยและประชากรในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าหลายภูมิภาคของโลก
สิ่งที่ทำให้มะเร็งชนิดนี้สังเกตได้ยาก คือ ระยะเริ่มต้นมักมีอาการคล้ายโรคทั่วไป เช่น คัดจมูก หูอื้อ หรือมีก้อนที่คอ ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เมื่ออาการเป็นต่อเนื่องจึงค่อยมาพบแพทย์
การสังเกตอาการและเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. คัดจมูกหรือจมูกตันข้างเดียว
อาการอาจเป็นเรื้อรัง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาเหมือนโรคหวัดหรือภูมิแพ้
2. มีเลือดปนในน้ำมูกหรือเสมหะ
อาจพบเลือดออกจากจมูกเป็นครั้งคราว หรือมีเลือดปนเสมหะโดยไม่ทราบสาเหตุ
3. หูอื้อ ได้ยินลดลง หรือมีเสียงดังในหู
เกิดจากก้อนมะเร็งไปกดท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) ทำให้มีน้ำคั่งในหูชั้นกลาง โดยมักเกิดเพียงข้างเดียว
4. คลำพบก้อนที่ลำคอ
เป็นอาการที่พบได้บ่อย เนื่องจากเซลล์มะเร็งอาจกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
5. ปวดศีรษะหรือปวดบริเวณใบหน้า
หากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจกดเบียดเส้นประสาทหรืออวัยวะใกล้เคียง
6. มองเห็นภาพซ้อน ชาบริเวณใบหน้า หรืออ้าปากลำบาก
เป็นอาการที่อาจพบเมื่อโรคมีการลุกลามมากขึ้น จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว
มะเร็งโพรงหลังจมูกเป็นโรคที่อาจเริ่มต้นด้วยอาการใกล้เคียงโรคทั่วไป จึงทำให้หลายคนมองข้ามสัญญาณสำคัญ การสังเกตความผิดปกติของร่างกาย เช่น คัดจมูกข้างเดียว หูอื้อข้างเดียว เลือดปนในน้ำมูก หรือก้อนที่คอ และเข้ารับการตรวจเมื่ออาการเป็นต่อเนื่อง จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มโอกาสการรักษาและผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
สิ่งที่ทำให้มะเร็งชนิดนี้สังเกตได้ยาก คือ ระยะเริ่มต้นมักมีอาการคล้ายโรคทั่วไป เช่น คัดจมูก หูอื้อ หรือมีก้อนที่คอ ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เมื่ออาการเป็นต่อเนื่องจึงค่อยมาพบแพทย์
การสังเกตอาการและเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มะเร็งโพรงหลังจมูก คืออะไร
มะเร็งโพรงหลังจมูก เป็นมะเร็งที่เกิดบริเวณ Nasopharynx หรือส่วนบนสุดของลำคอที่อยู่ด้านหลังโพรงจมูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยการตรวจทั่วไป จึงต้องอาศัยการตรวจด้วยกล้องส่องโพรงจมูกหรือการตรวจทางรังสีร่วมด้วย มะเร็งชนิดนี้พบได้ทุกเพศทุกวัย แต่พบมากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมักพบในช่วงอายุประมาณ 30–60 ปีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
แม้ว่ายังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่สัมพันธ์กับการเกิดโรค ได้แก่- การติดเชื้อไวรัส Epstein-Barr Virus (EBV)
- ประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งโพรงหลังจมูก
- การรับประทานอาหารหมักดองหรืออาหารเค็มจัดเป็นประจำ เช่น ปลาเค็ม ผักดอง
- การสูบบุหรี่
- การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
- การสัมผัสฝุ่น ควัน หรือสารเคมีบางชนิดเป็นเวลานาน
อาการของมะเร็งโพรงหลังจมูกที่ควรสังเกต
ในระยะเริ่มต้น อาการอาจไม่ชัดเจน หรือคล้ายโรคทางเดินหายใจทั่วไป จึงควรสังเกตหากมีอาการต่อไปนี้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์1. คัดจมูกหรือจมูกตันข้างเดียว
อาการอาจเป็นเรื้อรัง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาเหมือนโรคหวัดหรือภูมิแพ้
2. มีเลือดปนในน้ำมูกหรือเสมหะ
อาจพบเลือดออกจากจมูกเป็นครั้งคราว หรือมีเลือดปนเสมหะโดยไม่ทราบสาเหตุ
3. หูอื้อ ได้ยินลดลง หรือมีเสียงดังในหู
เกิดจากก้อนมะเร็งไปกดท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) ทำให้มีน้ำคั่งในหูชั้นกลาง โดยมักเกิดเพียงข้างเดียว
4. คลำพบก้อนที่ลำคอ
เป็นอาการที่พบได้บ่อย เนื่องจากเซลล์มะเร็งอาจกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
5. ปวดศีรษะหรือปวดบริเวณใบหน้า
หากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจกดเบียดเส้นประสาทหรืออวัยวะใกล้เคียง
6. มองเห็นภาพซ้อน ชาบริเวณใบหน้า หรืออ้าปากลำบาก
เป็นอาการที่อาจพบเมื่อโรคมีการลุกลามมากขึ้น จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว
เมื่อมีอาการ แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
หากสงสัยมะเร็งโพรงหลังจมูก แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่- การส่องกล้องโพรงจมูก (Nasopharyngoscopy) ใช้กล้องขนาดเล็กส่องเข้าไปตรวจบริเวณโพรงหลังจมูก ช่วยให้เห็นความผิดปกติได้โดยตรง
- การตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) หากพบก้อนหรือเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ แพทย์จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ยืนยันการวินิจฉัย
- การตรวจ CT Scan หรือ MRI ใช้ประเมินตำแหน่ง ขนาดของก้อน และการลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง
- การตรวจ PET/CT ในบางรายอาจใช้เพื่อประเมินการกระจายของโรค และช่วยวางแผนการรักษา
- การตรวจเลือดหรือการตรวจ EBV DNA อาจใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยง ติดตามผลการรักษา หรือเฝ้าระวังการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยบางราย
แนวทางการรักษามะเร็งโพรงหลังจมูก
แนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค สุขภาพโดยรวม และการประเมินของทีมแพทย์เฉพาะทาง การรักษาหลักประกอบด้วย- รังสีรักษา (Radiotherapy) เป็นวิธีรักษาหลัก โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น
- เคมีบำบัด (Chemotherapy) มักใช้ร่วมกับรังสีรักษาในผู้ป่วยบางระยะของโรค
- ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือ ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) อาจพิจารณาในผู้ป่วยบางรายตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
- การดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์หู คอ จมูก แพทย์รังสีรักษา แพทย์มะเร็งวิทยา นักโภชนาการ และนักเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสม
ตรวจพบเร็ว มีข้อดีอย่างไร
การตรวจพบมะเร็งโพรงหลังจมูกตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีข้อดีหลายด้าน ได้แก่- วางแผนการรักษาได้รวดเร็ว
- เพิ่มโอกาสควบคุมโรคได้ดี
- ลดโอกาสที่โรคจะลุกลามไปยังอวัยวะอื่น
- ช่วยรักษาการทำงานของอวัยวะสำคัญบริเวณศีรษะและลำคอ
- ส่งเสริมคุณภาพชีวิตระหว่างและหลังการรักษา
ดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง
แม้ไม่สามารถป้องกันโรคได้ทั้งหมด แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพ ดังนี้- งดสูบบุหรี่
- ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- รับประทานอาหารให้หลากหลาย เพิ่มผักและผลไม้
- ลดการรับประทานอาหารหมักดองหรืออาหารเค็มจัดเป็นประจำ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- หากมีอาการผิดปกติที่ไม่หายภายใน 2–3 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง
มะเร็งโพรงหลังจมูกเป็นโรคที่อาจเริ่มต้นด้วยอาการใกล้เคียงโรคทั่วไป จึงทำให้หลายคนมองข้ามสัญญาณสำคัญ การสังเกตความผิดปกติของร่างกาย เช่น คัดจมูกข้างเดียว หูอื้อข้างเดียว เลือดปนในน้ำมูก หรือก้อนที่คอ และเข้ารับการตรวจเมื่ออาการเป็นต่อเนื่อง จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มโอกาสการรักษาและผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคหู คอ จมูก
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 30/08/2026
แพทย์ผู้เขียน
พญ.ภัคจิรา นาคเสน
ความถนัดเฉพาะทาง
โสต ศอ นาสิกวิทยา





