• banner

มะเร็งโพรงหลังจมูก ตรวจพบเร็ว เพิ่มโอกาสการรักษา

หลายคนอาจคุ้นเคยกับโรคมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ แต่ "มะเร็งโพรงหลังจมูก" (Nasopharyngeal Cancer) กลับเป็นโรคที่หลายคนไม่ค่อยรู้จัก ทั้งที่พบได้ในคนไทยและประชากรในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าหลายภูมิภาคของโลก

สิ่งที่ทำให้มะเร็งชนิดนี้สังเกตได้ยาก คือ ระยะเริ่มต้นมักมีอาการคล้ายโรคทั่วไป เช่น คัดจมูก หูอื้อ หรือมีก้อนที่คอ ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เมื่ออาการเป็นต่อเนื่องจึงค่อยมาพบแพทย์

การสังเกตอาการและเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มะเร็งโพรงหลังจมูก คืออะไร

มะเร็งโพรงหลังจมูก เป็นมะเร็งที่เกิดบริเวณ Nasopharynx หรือส่วนบนสุดของลำคอที่อยู่ด้านหลังโพรงจมูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยการตรวจทั่วไป จึงต้องอาศัยการตรวจด้วยกล้องส่องโพรงจมูกหรือการตรวจทางรังสีร่วมด้วย มะเร็งชนิดนี้พบได้ทุกเพศทุกวัย แต่พบมากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมักพบในช่วงอายุประมาณ 30–60 ปี

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

แม้ว่ายังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่สัมพันธ์กับการเกิดโรค ได้แก่
  • การติดเชื้อไวรัส Epstein-Barr Virus (EBV)
  • ประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งโพรงหลังจมูก
  • การรับประทานอาหารหมักดองหรืออาหารเค็มจัดเป็นประจำ เช่น ปลาเค็ม ผักดอง
  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • การสัมผัสฝุ่น ควัน หรือสารเคมีบางชนิดเป็นเวลานาน
การมีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าจะเกิดโรคเสมอไป แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมในการตรวจเพิ่มเติมเมื่อมีอาการร่วมด้วย

อาการของมะเร็งโพรงหลังจมูกที่ควรสังเกต

ในระยะเริ่มต้น อาการอาจไม่ชัดเจน หรือคล้ายโรคทางเดินหายใจทั่วไป จึงควรสังเกตหากมีอาการต่อไปนี้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์
1. คัดจมูกหรือจมูกตันข้างเดียว
อาการอาจเป็นเรื้อรัง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาเหมือนโรคหวัดหรือภูมิแพ้
2. มีเลือดปนในน้ำมูกหรือเสมหะ
อาจพบเลือดออกจากจมูกเป็นครั้งคราว หรือมีเลือดปนเสมหะโดยไม่ทราบสาเหตุ
3. หูอื้อ ได้ยินลดลง หรือมีเสียงดังในหู
เกิดจากก้อนมะเร็งไปกดท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) ทำให้มีน้ำคั่งในหูชั้นกลาง โดยมักเกิดเพียงข้างเดียว
4. คลำพบก้อนที่ลำคอ
เป็นอาการที่พบได้บ่อย เนื่องจากเซลล์มะเร็งอาจกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
5. ปวดศีรษะหรือปวดบริเวณใบหน้า
หากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจกดเบียดเส้นประสาทหรืออวัยวะใกล้เคียง
6. มองเห็นภาพซ้อน ชาบริเวณใบหน้า หรืออ้าปากลำบาก

เป็นอาการที่อาจพบเมื่อโรคมีการลุกลามมากขึ้น จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว

เมื่อมีอาการ แพทย์วินิจฉัยอย่างไร

หากสงสัยมะเร็งโพรงหลังจมูก แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
  • การส่องกล้องโพรงจมูก (Nasopharyngoscopy) ใช้กล้องขนาดเล็กส่องเข้าไปตรวจบริเวณโพรงหลังจมูก ช่วยให้เห็นความผิดปกติได้โดยตรง
  • การตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) หากพบก้อนหรือเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ แพทย์จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ยืนยันการวินิจฉัย
  • การตรวจ CT Scan หรือ MRI ใช้ประเมินตำแหน่ง ขนาดของก้อน และการลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง
  • การตรวจ PET/CT ในบางรายอาจใช้เพื่อประเมินการกระจายของโรค และช่วยวางแผนการรักษา
  • การตรวจเลือดหรือการตรวจ EBV DNA อาจใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยง ติดตามผลการรักษา หรือเฝ้าระวังการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยบางราย

แนวทางการรักษามะเร็งโพรงหลังจมูก

แนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค สุขภาพโดยรวม และการประเมินของทีมแพทย์เฉพาะทาง การรักษาหลักประกอบด้วย
  • รังสีรักษา (Radiotherapy) เป็นวิธีรักษาหลัก โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น
  • เคมีบำบัด (Chemotherapy) มักใช้ร่วมกับรังสีรักษาในผู้ป่วยบางระยะของโรค
  • ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือ ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) อาจพิจารณาในผู้ป่วยบางรายตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • การดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์หู คอ จมูก แพทย์รังสีรักษา แพทย์มะเร็งวิทยา นักโภชนาการ และนักเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสม

ตรวจพบเร็ว มีข้อดีอย่างไร

การตรวจพบมะเร็งโพรงหลังจมูกตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีข้อดีหลายด้าน ได้แก่
  • วางแผนการรักษาได้รวดเร็ว
  • เพิ่มโอกาสควบคุมโรคได้ดี
  • ลดโอกาสที่โรคจะลุกลามไปยังอวัยวะอื่น
  • ช่วยรักษาการทำงานของอวัยวะสำคัญบริเวณศีรษะและลำคอ
  • ส่งเสริมคุณภาพชีวิตระหว่างและหลังการรักษา
แม้อาการหลายอย่างอาจเกิดจากโรคทั่วไป แต่หากอาการเป็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะคัดจมูกข้างเดียว หูอื้อข้างเดียว หรือมีก้อนที่คอ ควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อหาสาเหตุอย่างเหมาะสม

ดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง

แม้ไม่สามารถป้องกันโรคได้ทั้งหมด แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพ ดังนี้
  • งดสูบบุหรี่
  • ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารให้หลากหลาย เพิ่มผักและผลไม้
  • ลดการรับประทานอาหารหมักดองหรืออาหารเค็มจัดเป็นประจำ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • หากมีอาการผิดปกติที่ไม่หายภายใน 2–3 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง

มะเร็งโพรงหลังจมูกเป็นโรคที่อาจเริ่มต้นด้วยอาการใกล้เคียงโรคทั่วไป จึงทำให้หลายคนมองข้ามสัญญาณสำคัญ การสังเกตความผิดปกติของร่างกาย เช่น คัดจมูกข้างเดียว หูอื้อข้างเดียว เลือดปนในน้ำมูก หรือก้อนที่คอ และเข้ารับการตรวจเมื่ออาการเป็นต่อเนื่อง จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มโอกาสการรักษาและผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคหู คอ จมูก
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 30/08/2026

แพทย์ผู้เขียน

พญ.ภัคจิรา นาคเสน

img

ความถนัดเฉพาะทาง

โสต ศอ นาสิกวิทยา

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา