ใช้มือถือหนัก เสี่ยงโรคตาอะไรบ้าง?
ปัจจุบันสมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หลายคนใช้มือถือเพื่อทำงาน เรียน ดูข่าว เล่นโซเชียล หรือดูวิดีโอเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน การใช้งานหน้าจออย่างต่อเนื่องทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ จึงเกิดอาการระคายเคือง ตาล้า หรือมองเห็นไม่สบายตาได้ง่ายขึ้น คำถามที่พบบ่อย คือ การใช้มือถือหนัก ๆ ส่งผลต่อสุขภาพตาอย่างไร และมีโรคตาอะไรที่ควรสังเกตบ้าง บทความนี้จะพาไปรู้จักโรคและอาการทางตาที่สัมพันธ์กับการใช้มือถือ พร้อมแนวทางดูแลสายตาในชีวิตประจำวัน
1. ภาวะตาล้า (Digital Eye Strain)
ตาล้าเป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนที่ใช้มือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาการที่พบได้ เช่น
2. โรคตาแห้ง (Dry Eye)
เวลามองหน้าจอ มือถือหรือคอมพิวเตอร์ เราจะกะพริบตาน้อยลงกว่าปกติ โดยปกติคนเราจะกระพริบตาประมาณ 15–20 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อใช้หน้าจอ ตัวเลขนี้อาจลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง เมื่อกระพริบตาน้อยลง น้ำตาที่เคลือบผิวตาจะระเหยเร็วขึ้น ทำให้เกิดอาการ
3. สายตาสั้นเพิ่มขึ้น
การใช้มือถือในระยะใกล้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจสัมพันธ์กับการเกิดหรือเพิ่มความรุนแรงของสายตาสั้น (Myopia) โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
4. อาการปวดศีรษะจากการใช้สายตา
การเพ่งหน้าจอเป็นเวลานานทำให้กล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากทำงานต่อเนื่อง บางคนจึงมีอาการ
การใช้มือถือเป็นเวลานานอาจสัมพันธ์กับปัญหาสายตาหลายรูปแบบ เช่น
• ภาวะตาล้า
• ตาแห้ง
• สายตาสั้นเพิ่มขึ้น
• อาการปวดศีรษะจากการใช้สายตา
การพักสายตาเป็นระยะ ปรับพฤติกรรมการใช้หน้าจอ และดูแลสุขภาพดวงตาในชีวิตประจำวัน สามารถช่วยให้การใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นไปอย่างเหมาะสมมากขึ้น หากมีอาการปวดตา ตาแห้ง หรือมองเห็นไม่สบายตาหลังใช้มือถือเป็นประจำ การตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์จะช่วยประเมินสภาพดวงตาและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับการใช้สายตาในชีวิตประจำวัน
ศูนย์โรคตา
โทร. 0-2265-7777
ทำไมการใช้มือถือจึงทำให้ดวงตาเหนื่อยล้า
เวลาที่เรามองหน้าจอมือถือ ดวงตาต้องโฟกัสวัตถุในระยะใกล้เป็นเวลานาน กล้ามเนื้อตาจึงทำงานต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น- การกะพริบตาลดลง
- แสงจากหน้าจอ
- การใช้งานในระยะใกล้มาก
- การใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
1. ภาวะตาล้า (Digital Eye Strain)
ตาล้าเป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนที่ใช้มือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาการที่พบได้ เช่น
- ปวดตา หรือรู้สึกเมื่อยตา
- มองภาพไม่สบายตา
- มองภาพไม่ชัดชั่วคราว
- ปวดศีรษะบริเวณหน้าผากหรือรอบดวงตา
2. โรคตาแห้ง (Dry Eye)
เวลามองหน้าจอ มือถือหรือคอมพิวเตอร์ เราจะกะพริบตาน้อยลงกว่าปกติ โดยปกติคนเราจะกระพริบตาประมาณ 15–20 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อใช้หน้าจอ ตัวเลขนี้อาจลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง เมื่อกระพริบตาน้อยลง น้ำตาที่เคลือบผิวตาจะระเหยเร็วขึ้น ทำให้เกิดอาการ
- ตาแห้ง
- แสบตา
- เคืองตา
- เหมือนมีผงหรือทรายในตา
3. สายตาสั้นเพิ่มขึ้น
การใช้มือถือในระยะใกล้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจสัมพันธ์กับการเกิดหรือเพิ่มความรุนแรงของสายตาสั้น (Myopia) โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- การใช้สายตาระยะใกล้เป็นเวลานาน
- การใช้หน้าจอในระยะใกล้มาก
- การทำกิจกรรมกลางแจ้งน้อยลง
- มองไกลไม่ชัด
- ต้องหรี่ตาเพื่อมอง
- มองป้ายหรือข้อความไกล ๆ ไม่ชัด
4. อาการปวดศีรษะจากการใช้สายตา
การเพ่งหน้าจอเป็นเวลานานทำให้กล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากทำงานต่อเนื่อง บางคนจึงมีอาการ
- ปวดศีรษะ
- ตึงรอบดวงตา
- ปวดบริเวณขมับ
สัญญาณที่ควรสังเกตเกี่ยวกับสุขภาพตา
หากมีอาการต่อไปนี้เกิดขึ้นบ่อย ควรใส่ใจการใช้งานสายตามากขึ้น- ปวดตาหรือเมื่อยตาเป็นประจำ
- ตาแห้งหรือแสบตา
- มองภาพเบลอหลังใช้มือถือ
- ปวดศีรษะจากการใช้สายตา
- มองไกลไม่ชัดขึ้น
วิธีดูแลสายตาสำหรับคนที่ใช้มือถือบ่อย
แม้หน้าจอจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่การดูแลสายตาสามารถทำได้ด้วยวิธีง่าย ๆ- ใช้กฎ 20-20-20 ทุก ๆ 20 นาที พักสายตาโดยมองไปที่วัตถุไกลประมาณ 20 ฟุต (6 เมตร) นานประมาณ 20 วินาที วิธีนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้พักจากการโฟกัสระยะใกล้
- เว้นระยะห่างจากหน้าจอ ระยะที่เหมาะสมสำหรับมือถือคือประมาณ 30–40 เซนติเมตรจากดวงตา การถือมือถือใกล้เกินไปทำให้ดวงตาต้องเพ่งมากขึ้น
- ปรับความสว่างหน้าจอให้เหมาะสม ความสว่างของหน้าจอควรใกล้เคียงกับแสงรอบตัว หน้าจอที่สว่างมากหรือมืดเกินไปอาจทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักขึ้น
- กระพริบตาให้สม่ำเสมอ การกระพริบตาช่วยกระจายน้ำตาบนผิวตา ทำให้ดวงตาชุ่มชื้น ผู้ที่ใช้หน้าจอบ่อยควรพยายามกระพริบตาให้สม่ำเสมอ
- เพิ่มกิจกรรมกลางแจ้ง งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การทำกิจกรรมกลางแจ้งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของสายตาสั้นในเด็กและวัยรุ่น
การใช้มือถือเป็นเวลานานอาจสัมพันธ์กับปัญหาสายตาหลายรูปแบบ เช่น
• ภาวะตาล้า
• ตาแห้ง
• สายตาสั้นเพิ่มขึ้น
• อาการปวดศีรษะจากการใช้สายตา
การพักสายตาเป็นระยะ ปรับพฤติกรรมการใช้หน้าจอ และดูแลสุขภาพดวงตาในชีวิตประจำวัน สามารถช่วยให้การใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นไปอย่างเหมาะสมมากขึ้น หากมีอาการปวดตา ตาแห้ง หรือมองเห็นไม่สบายตาหลังใช้มือถือเป็นประจำ การตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์จะช่วยประเมินสภาพดวงตาและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับการใช้สายตาในชีวิตประจำวัน
ศูนย์โรคตา
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Eye Center
Publish date desc: 19/03/2026
Author doctor
Dr. Itsara Pokawattana
Specialty
Retinal ophthalmologist (retina/vitreous)







