จอประสาทตาหลุดลอก รู้ทันก่อนเสี่ยงตาบอด
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การอ่านหนังสือ การทำงาน ไปจนถึงการมองเห็นคนที่เรารัก หนึ่งในโรคทางตาที่อาจส่งผลต่อการมองเห็นอย่างมาก คือ จอประสาทตาหลุดลอก (Retinal Detachment)
ภาวะนี้อาจเริ่มต้นจากอาการเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม เช่น เห็นแสงวาบในตา หรือมีจุดดำลอยไปมา แต่สัญญาณเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณให้เราใส่ใจสุขภาพตาให้มากขึ้น บทความนี้จะพาไปรู้จัก อาการเตือน สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการรักษา เพื่อให้ทุกคนสามารถสังเกตอาการและดูแลสายตาได้อย่างเหมาะสม
ภาวะจอประสาทตาหลุดลอกเกิดขึ้นเมื่อจอประสาทตาแยกตัวออกจากชั้นเนื้อเยื่อด้านล่าง ทำให้เซลล์รับแสงไม่ได้รับสารอาหารและออกซิเจนอย่างเพียงพอ ส่งผลให้การมองเห็นลดลง หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาเร็ว โอกาสฟื้นฟูการมองเห็นจะมีมากขึ้น
1. เห็นแสงวาบในตา
ลักษณะคล้ายแสงแฟลชหรือฟ้าแลบ โดยเฉพาะเวลามองในที่มืดหรือขยับสายตา
2. เห็นจุดดำหรือหยากไย่ลอยไปมา
บางคนอาจเห็นจุดดำ เส้นใย หรือเงาคล้ายแมลงลอยอยู่ในสายตา
3. มองเห็นเงาดำหรือม่านบังบางส่วนของการมองเห็น
อาจเริ่มจากด้านข้างของสายตาแล้วค่อย ๆ ขยาย
4. การมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว
ภาพอาจพร่ามัวหรือขาดหายบางส่วน
หากพบอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจตาโดยจักษุแพทย์ เพื่อประเมินสภาพจอประสาทตาอย่างละเอียด
ภาวะนี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. การฉีกขาดของจอประสาทตา
เกิดจากน้ำวุ้นตาที่เสื่อมตามอายุ ทำให้เกิดแรงดึงและทำให้จอประสาทตาฉีกขาด
2. การดึงรั้งของเนื้อเยื่อภายในลูกตา
มักพบในผู้ที่มีโรคบางชนิด เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา
3. การสะสมของของเหลวใต้จอประสาทตา
ทำให้จอประสาทตาแยกออกจากชั้นด้านล่าง
จอประสาทตาหลุดลอกเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของจอประสาทตาซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการมองเห็น สัญญาณเตือน เช่น เห็นแสงวาบ เห็นจุดดำลอย หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ การตรวจตาโดยจักษุแพทย์ช่วยให้สามารถประเมินสภาพดวงตาได้อย่างเหมาะสม และวางแผนการรักษาได้ตรงจุด เพื่อดูแลการมองเห็นให้คงประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวัน
ศูนย์โรคตา
โทร. 0-2265-7777
ภาวะนี้อาจเริ่มต้นจากอาการเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม เช่น เห็นแสงวาบในตา หรือมีจุดดำลอยไปมา แต่สัญญาณเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณให้เราใส่ใจสุขภาพตาให้มากขึ้น บทความนี้จะพาไปรู้จัก อาการเตือน สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการรักษา เพื่อให้ทุกคนสามารถสังเกตอาการและดูแลสายตาได้อย่างเหมาะสม
จอประสาทตาหลุดลอก คืออะไร
จอประสาทตา (Retina) เป็นชั้นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่อยู่ด้านหลังลูกตา ทำหน้าที่รับแสงและส่งสัญญาณไปยังสมองเพื่อแปลผลเป็นภาพที่เราเห็นภาวะจอประสาทตาหลุดลอกเกิดขึ้นเมื่อจอประสาทตาแยกตัวออกจากชั้นเนื้อเยื่อด้านล่าง ทำให้เซลล์รับแสงไม่ได้รับสารอาหารและออกซิเจนอย่างเพียงพอ ส่งผลให้การมองเห็นลดลง หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาเร็ว โอกาสฟื้นฟูการมองเห็นจะมีมากขึ้น
สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต
อาการของจอประสาทตาหลุดลอกมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยสัญญาณที่พบได้ คือ1. เห็นแสงวาบในตา
ลักษณะคล้ายแสงแฟลชหรือฟ้าแลบ โดยเฉพาะเวลามองในที่มืดหรือขยับสายตา
2. เห็นจุดดำหรือหยากไย่ลอยไปมา
บางคนอาจเห็นจุดดำ เส้นใย หรือเงาคล้ายแมลงลอยอยู่ในสายตา
3. มองเห็นเงาดำหรือม่านบังบางส่วนของการมองเห็น
อาจเริ่มจากด้านข้างของสายตาแล้วค่อย ๆ ขยาย
4. การมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว
ภาพอาจพร่ามัวหรือขาดหายบางส่วน
หากพบอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจตาโดยจักษุแพทย์ เพื่อประเมินสภาพจอประสาทตาอย่างละเอียด
สาเหตุของจอประสาทตาหลุดลอก
ภาวะนี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่1. การฉีกขาดของจอประสาทตา
เกิดจากน้ำวุ้นตาที่เสื่อมตามอายุ ทำให้เกิดแรงดึงและทำให้จอประสาทตาฉีกขาด
2. การดึงรั้งของเนื้อเยื่อภายในลูกตา
มักพบในผู้ที่มีโรคบางชนิด เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา
3. การสะสมของของเหลวใต้จอประสาทตา
ทำให้จอประสาทตาแยกออกจากชั้นด้านล่าง
ใครบ้างที่มีความเสี่ยง
แม้ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีบางกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญกับการตรวจตาเป็นพิเศษ ได้แก่- ผู้ที่มีสายตาสั้นมาก
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่เคยผ่าตัดตา
- ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณดวงตา
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคจอประสาทตาหลุดลอก
- ผู้ป่วยเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
การวินิจฉัยโรค
จักษุแพทย์จะทำการตรวจอย่างละเอียด เช่น- การตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่องมือเฉพาะ
- การขยายม่านตาเพื่อตรวจจอประสาทตา
- การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
การรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและตำแหน่งของจอประสาทตาที่หลุดลอก โดยวิธีที่ใช้บ่อย ได้แก่- เลเซอร์รักษาจอประสาทตา ใช้เลเซอร์เพื่อยึดจอประสาทตาให้ติดกับเนื้อเยื่อด้านล่าง
- การฉีดแก๊สในลูกตา ช่วยดันจอประสาทตาให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม
- การผ่าตัดจอประสาทตา ใช้ในกรณีที่จอประสาทตาหลุดลอกมาก
การดูแลและป้องกันสุขภาพจอประสาทตา
แม้บางสาเหตุจะเกี่ยวข้องกับอายุหรือโครงสร้างของดวงตา แต่การดูแลสุขภาพตาอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ เช่น- ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
- สวมอุปกรณ์ป้องกันตาเมื่อต้องทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระแทก
- หากมีสายตาสั้นมาก ควรเข้ารับการตรวจตาตามคำแนะนำของแพทย์
จอประสาทตาหลุดลอกเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของจอประสาทตาซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการมองเห็น สัญญาณเตือน เช่น เห็นแสงวาบ เห็นจุดดำลอย หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ การตรวจตาโดยจักษุแพทย์ช่วยให้สามารถประเมินสภาพดวงตาได้อย่างเหมาะสม และวางแผนการรักษาได้ตรงจุด เพื่อดูแลการมองเห็นให้คงประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวัน
ศูนย์โรคตา
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Eye Center
Publish date desc: 31/03/2026
Author doctor
Dr. Itsara Pokawattana
Specialty
Retinal ophthalmologist (retina/vitreous)







