• banner

“ท้องผูกสลับท้องเสีย”…อาการแปลกที่ไม่ควรมองข้าม อาจเป็นสัญญาณของโรคเรื้อรังในลำไส้

คุณเคยมีช่วงที่ “ถ่ายไม่ออกหลายวัน” แล้วอยู่ดี ๆ ก็ “ท้องเสีย” แบบไม่ทราบสาเหตุไหม?


หลายคนอาจคิดว่าแค่อาหารไม่ย่อย หรือระบบลำไส้รวนไปชั่วคราว แต่รู้ไหมครับว่าอาการแบบนี้ “ท้องผูกสลับท้องเสีย” อาจสะท้อนถึงปัญหาเรื้อรังของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะ “ลำไส้ใหญ่” ที่ควรได้รับการดูแลอย่างจริงจัง ผมขอชวนคุณมา “มองอาการที่เคยมองข้าม” ใหม่กันครับ

อาการสลับไปมา = สัญญาณที่ไม่ปกติ

อาการท้องผูกสลับท้องเสียไม่ได้หมายความว่าลำไส้คุณแค่ “ขี้เกียจทำงาน” แต่คือสัญญาณว่า “ระบบลำไส้” อาจทำงานผิดจังหวะ หรือมีปัญหาที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัย เช่น
    • ถ่ายแข็ง ถ่ายยาก แล้วอยู่ดี ๆ ก็ถ่ายเหลว 1–2 วัน
    • แน่นท้อง ท้องอืดบ่อย หลังถ่ายรู้สึกไม่สุด
    • ปวดท้องเป็นพัก ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
    • น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย เบื่ออาหารร่วมด้วย
หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นประจำ อย่าปล่อยให้ “ชิน” เพราะอาจเป็นอาการของโรคเรื้อรังที่ลำไส้กำลังส่งสัญญาณครับ

สาเหตุที่ต้องระวัง เมื่อ “ลำไส้ทำงานผิดจังหวะ”

  • กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (IBS – Irritable Bowel Syndrome)

พบได้มากในกลุ่มวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่เครียด ทำงานหนัก นอนน้อย
ลักษณะอาการมัก “เปลี่ยนแปลง” ไปเรื่อย ๆ เช่น ท้องผูก 3–4 วัน แล้วถ่ายเหลวร่วมกับอาการปวดท้อง อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD – Inflammatory Bowel Disease)

โรคกลุ่มนี้ เช่น Crohn’s disease หรือ Ulcerative colitis
เกิดจากการอักเสบเรื้อรังภายในลำไส้ ส่งผลให้ระบบการดูดซึมเสียหาย ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ด้วยภาวะท้องเสีย ถ่ายมีเลือดปน ถ้ามีอาการรุนแรงอาจมีอาการไข้ ปวดท้องมาก ร่วมด้วย
  • ความผิดปกติของการเคลื่อนไหวลำไส้ (Motility Disorders)

บางรายมีปัญหาที่การบีบตัวของลำไส้ เช่น เคลื่อนไหวช้าผิดปกติ (slow transit)
หรือมีการควบคุมกล้ามเนื้อทวารหนักไม่ดี ทำให้เกิดอาการ “ถ่ายไม่ออก-ถ่ายรัว” สลับกัน

แนวทางการตรวจวินิจฉัย

อาการสลับแบบนี้ไม่สามารถวินิจฉัยได้จากอาการภายนอกเพียงอย่างเดียว แพทย์จึงอาจแนะนำการตรวจเฉพาะทาง เพื่อประเมินระบบลำไส้แบบรอบด้าน เช่น
    • ตรวจอุจจาระ: ค้นหาเลือดแฝง เชื้อ หรือการอักเสบเรื้อรัง
    • ตรวจเลือด: ดูค่าการอักเสบ ภาวะซีด ภาวะเกลือแร่ และการทำงานของไตผิดปกติ
    • ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy): เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น แผล ติ่งเนื้อ หรือการอักเสบ
    • X-ray / CT scan / Transit Time Study (ประเมินการเคลื่อนไหวของลำไส้)
    • Anorectal Manometry: แรงบีบและคลายตัวของกลา้มเนื้อหูรูดทวารหนัก

แพทย์แนะนำ อย่ารอให้เป็นหนักก่อนค่อยมาตรวจ

อาการ “ท้องผูกสลับท้องเสีย” คืออาการที่ไม่ควรมองว่า “ธรรมดา” เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจ อาจทำให้โรคที่ซ่อนอยู่ลุกลาม โดยเฉพาะในผู้ที่
    • มีประวัติ น้ำหนักลด ถ่ายเป็นเลือด อ่อนเพลียไม่มีแรง
    • อายุ เกิน 45 ปี แต่ไม่เคยตรวจลำไส้
    • มี ญาติเป็นโรคมะเร็งลำไส้ หรือลำไส้อักเสบเรื้อรัง

หากคุณเริ่มมีอาการ “ท้องผูกสลับท้องเสีย” แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนไป ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหาร เพื่อประเมินอาการและวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสมครับ


ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตั
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 19/08/2025

แพทย์ผู้เขียน

นพ. วราวุฒิ บูรณวุฒิ

img

ความถนัดเฉพาะทาง

แพทย์ทางด้านโรคระบบทางเดินอาหาร

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา