• banner

ปวดท้องเรื้อรัง อาการ สาเหตุ และวิธีดูแลที่คุณต้องรู้

อาการปวดท้องเรื้อรัง คือ ภาวะที่ผู้ป่วยรู้สึกปวดบริเวณช่องท้องแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือมีอาการปวดต่อเนื่องยาวนานติดต่อกันเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป สถิติทางการแพทย์พบว่าผู้ป่วยกว่า 20% มักละเลยอาการเหล่านี้และคิดไปเองว่าเป็นเพียงอาการปวดท้องทั่วไปหรือโรคกระเพาะอาหารชั่วคราว จึงเลือกซื้อยามารับประทานเองเพื่อบรรเทาอาการให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวัน แต่ในความเป็นจริงแล้วการปล่อยให้อาการปวดดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในกลุ่มโรคทางเดินอาหารที่มีความรุนแรง การหมั่นสังเกตลักษณะการปวดและเข้าพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่ตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนอาการลุกลามจะส่งผลต่อกระบวนการรักษาและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

สารบัญ

ปวดท้องเรื้อรังแบบไหนที่เรียกว่าผิดปกติ?

อาการปวดท้องเรื้อรังมีความแตกต่างจากอาการปวดเฉียบพลันอย่างชัดเจน โดยมักมีลักษณะปวดตื้อ ๆ ปวดหน่วงหรือปวดเกร็งเป็นระลอกต่อเนื่องยาวนาน แม้จะปรับพฤติกรรมหรือรับประทานยาบรรเทาอาการแล้วก็ยังกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งลักษณะการปวดที่เรื้อรังเหล่านี้มักแฝงมากับความผิดปกติของอวัยวะภายในที่ค่อย ๆ เสื่อมสภาพหรือเกิดการอักเสบสะสมจนกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่มากขึ้น


ปวดท้องเรื้อรัง แบบไหนที่ผิดปกติ


4 สาเหตุแฝงของอาการปวดท้องเรื้อรัง ที่ไม่ใช่แค่โรคกระเพาะ

เมื่อตัดสาเหตุทั่วไปอย่างโรคกระเพาะอาหารหรือโรคกรดไหลย้อนออกไป อาการปวดท้องที่เรื้อรังยาวนาน มักเกิดจาก 4 กลุ่มโรคที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันผล ได้แก่

1. พังผืดในช่องท้อง (Abdominal Adhesions)

มักเกิดจากการอักเสบในอดีตหรือเป็นผลพวงจากการผ่าตัดช่องท้อง ทำให้ลำไส้ถูกรั้งและเกิดอาการปวดตึง

2. เนื้องอกหรือมะเร็งทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Tumors)

เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งตับอ่อนซึ่งมักไม่มีอาการในระยะแรก แต่จะปวดเรื้อรังเมื่อก้อนเนื้อขยายใหญ่

3. ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง (Chronic Pancreatitis)

มักพบในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์สะสมเป็นเวลานาน ทำให้ตับอ่อนสูญเสียการทำงานและเกิดอาการปวดร้าวทะลุหลัง

4. ภาวะหลอดเลือดลำไส้ตีบเรื้อรัง (Chronic Mesenteric Ischemia)

ทำให้ปริมาณเลือดไปเลี้ยงลำไส้ไม่เพียงพอขณะที่ร่างกายกำลังย่อยอาหาร ก่อให้เกิดอาการปวดรุนแรงหลังมื้ออาหาร


สาเหตุอาการปวดท้องเรื้อรัง


นวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยเชิงลึก เพื่อค้นหาต้นตอของอาการปวด

การวินิจฉัยภาวะปวดท้องเรื้อรังไม่สามารถทำได้ด้วยการซักประวัติและคลำหน้าท้องเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะหากมีจุดที่ปวดชัดเจนแต่ไม่ทราบสาเหตุ เช่น มีอาการปวดท้องข้างซ้ายเรื้อรัง แพทย์จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อมองเห็นโครงสร้างภายในอย่างละเอียด โดยมีเครื่องมือหลักที่ใช้ในการตรวจคัดกรอง ดังนี้

วิธีการตรวจวินิจฉัย เหมาะสำหรับตรวจอวัยวะใด ตัวอย่างโรคที่มักตรวจพบ
การส่องกล้อง (Endoscopy หรือ Colonoscopy) หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่ แผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ มะเร็งลำไส้ใหญ่
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan หรือ MRI) อวัยวะภายในช่องท้องทั้งหมด เช่น ตับ ตับอ่อน ลำไส้ เนื้องอกหรือมะเร็งในช่องท้อง ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง ภาวะหลอดเลือดลำไส้ตีบ
อัลตราซาวด์ช่องท้อง (Ultrasound) ตับ ถุงน้ำดี ไต ม้าม และมดลูกรังไข่ นิ่วในถุงน้ำดี ถุงน้ำรังไข่ ไขมันพอกตับ นิ่วในไต

แนวทางการดูแลสุขภาพระยะยาว สำหรับผู้มีภาวะปวดท้องเรื้อรัง

ในระหว่างที่ทำการรักษาและรอผลการวินิจฉัย ผู้ป่วยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเคร่งครัด เพื่อประคองอาการไม่ให้กำเริบหนักขึ้น โดยสามารถปฏิบัติตาม 4 ขั้นตอนการดูแลตัวเอง ดังนี้

  1. หยุดใช้ยาแก้ปวดที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ โดยเฉพาะยาในกลุ่ม NSAIDs เพราะยาเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและอาจนำไปสู่ภาวะลำไส้ทะลุได้
  2. จดบันทึกอาการ (Symptom Diary) ควรจดบันทึกรายละเอียดช่วงเวลาที่ปวด อาหารที่ทานก่อนปวดและระดับความรุนแรง 1-10 เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์
  3. เน้นอาหารต้ม นึ่ง อบ ควรลดการทานเนื้อสัตว์ย่อยยากและไขมันสูงที่กระตุ้นการทำงานหนักของตับอ่อนและถุงน้ำดี
  4. งดแอลกอฮอล์และบุหรี่เด็ดขาด เนื่องจากสองสิ่งนี้เป็นตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินอาหารและตับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ปวดท้องเรื้อรัง จำเป็นต้องส่องกล้องทุกรายหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป แพทย์จะพิจารณาจากการซักประวัติ หากผู้ป่วยมีสัญญาณเตือนอันตรายร่วมด้วย เช่น อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป น้ำหนักลดผิดปกติ มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งทางเดินอาหารหรือมีภาวะโลหิตจาง แพทย์จึงจะแนะนำให้ทำการส่องกล้องเพื่อยืนยันผลการวินิจฉัย

การกินยาแก้ปวดบ่อย ๆ ส่งผลเสียต่ออาการปวดท้องเรื้อรังอย่างไร?

การใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำโดยไม่มีการวินิจฉัยที่ชัดเจนมีผลเสียสองประการ หนึ่ง คือ เป็นการปิดบังอาการที่แท้จริงของโรคที่อาจกำลังลุกลาม ทำให้แพทย์วินิจฉัยแก้ได้ยากขึ้น และสอง คือ ยาแก้ปวดหลายชนิดมีผลข้างเคียงโดยตรงต่อระบบทางเดินอาหารทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ซึ่งยิ่งทำให้อาการอักเสบหรือแผลที่เป็นอยู่แย่ลงไปอีก

อาการปวดท้องเรื้อรัง ไม่ใช่สิ่งที่คุณควรอดทนหรือปล่อยให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะอาการปวดที่เรื้อรังอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายที่กำลังก่อตัว หากคุณมีอาการปวดท้องต่อเนื่องเกิน 3 เดือนหรืออาการปวดเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกับแพทย์เฉพาะทางศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับโรงพยาบาลวิชัยยุทธ เพื่อค้นหาต้นตอที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดและทันท่วงที

ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
โทร. 0-2265-7777

ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 26/05/2026

โปรแกรมอื่นๆ