เวียนศีรษะ บ้านหมุน สาเหตุที่ควรรู้ก่อนอาการรุนแรง
หลายคนเคยมีอาการเวียนศีรษะ จนรู้สึกโคลงเคลง เดินไม่มั่นคง หรือรู้สึกเหมือนทุกสิ่งรอบตัวกำลังหมุน จนอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการจากการพักผ่อนน้อยหรือความเหนื่อยล้า แต่ในความเป็นจริง อาการเวียนศีรษะและบ้านหมุนสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความผิดปกติของหูชั้นใน ระบบประสาท ไปจนถึงโรคของหลอดเลือดสมอง การสังเกตลักษณะอาการร่วมกับการเข้ารับการประเมินจากแพทย์ จะช่วยค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด
เวียนศีรษะ (Dizziness) คือ ความรู้สึกมึนงง โคลงเคลง คล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกทรงตัวได้ไม่ดี โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความดันโลหิตต่ำ ภาวะขาดน้ำ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือผลข้างเคียงจากยา
บ้านหมุน (Vertigo) คือ อาการที่รู้สึกเหมือนตัวเองหรือสิ่งรอบตัวกำลังหมุน ทั้งที่ความเป็นจริงไม่มีการเคลื่อนไหว มักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบการทรงตัวในหูชั้นในหรือสมอง และอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเสียการทรงตัวร่วมด้วย
การบอกลักษณะอาการให้ละเอียด เช่น หมุนเป็นวง โคลงเคลง หน้ามืด หรือมึนงง จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำมากขึ้น
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการบ้านหมุน เกิดจากผลึกแคลเซียมขนาดเล็กในหูชั้นในหลุดเข้าไปในตำแหน่งที่ไม่ควรอยู่ ทำให้เกิดการส่งสัญญาณการทรงตัวผิดปกติ
ลักษณะอาการ ได้แก่
2. โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Ménière's Disease)
เกิดจากความผิดปกติของของเหลวในหูชั้นใน ทำให้เกิดอาการเป็นช่วง ๆ อาการที่พบ ได้แก่
3. การอักเสบของเส้นประสาทการทรงตัว
มักเกิดหลังการติดเชื้อไวรัส ทำให้เส้นประสาทที่ควบคุมการทรงตัวทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยมักมีอาการ
4. ความผิดปกติของสมองและหลอดเลือดสมอง
แม้จะพบไม่บ่อยเท่าสาเหตุจากหูชั้นใน แต่เป็นภาวะที่ต้องได้รับการประเมินอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร่วม เช่น
5. ภาวะอื่น ๆ ที่อาจทำให้เวียนศีรษะ
นอกจากโรคของหูและสมองแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดอาการได้ เช่น
อาการเวียนศีรษะและบ้านหมุนอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความผิดปกติของหูชั้นในที่พบได้บ่อย ไปจนถึงโรคของระบบประสาทและหลอดเลือดสมองที่ต้องได้รับการประเมินอย่างรวดเร็ว การสังเกตลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เกิด และอาการร่วม จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้อย่างแม่นยำและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
เมื่อมีอาการเวียนศีรษะที่เกิดซ้ำ รุนแรง หรือมีอาการผิดปกติร่วม การเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้ได้รับการดูแลที่ตรงกับสาเหตุ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
เวียนศีรษะ กับ บ้านหมุน ต่างกันอย่างไร?
แม้หลายคนจะใช้คำว่า "เวียนศีรษะ" และ "บ้านหมุน" แทนกัน แต่ในทางการแพทย์มีความหมายแตกต่างกันเวียนศีรษะ (Dizziness) คือ ความรู้สึกมึนงง โคลงเคลง คล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกทรงตัวได้ไม่ดี โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความดันโลหิตต่ำ ภาวะขาดน้ำ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือผลข้างเคียงจากยา
บ้านหมุน (Vertigo) คือ อาการที่รู้สึกเหมือนตัวเองหรือสิ่งรอบตัวกำลังหมุน ทั้งที่ความเป็นจริงไม่มีการเคลื่อนไหว มักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบการทรงตัวในหูชั้นในหรือสมอง และอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเสียการทรงตัวร่วมด้วย
การบอกลักษณะอาการให้ละเอียด เช่น หมุนเป็นวง โคลงเคลง หน้ามืด หรือมึนงง จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำมากขึ้น
สาเหตุที่พบบ่อยของอาการเวียนศีรษะและบ้านหมุน
1. หินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV-Benign Paroxysmal Positional Vertigo)เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการบ้านหมุน เกิดจากผลึกแคลเซียมขนาดเล็กในหูชั้นในหลุดเข้าไปในตำแหน่งที่ไม่ควรอยู่ ทำให้เกิดการส่งสัญญาณการทรงตัวผิดปกติ
ลักษณะอาการ ได้แก่
- บ้านหมุนเมื่อเปลี่ยนท่าทาง เช่น ลุกจากเตียง พลิกตัว หรือเงยหน้า
- อาการเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีถึงประมาณ 1 นาที
- ไม่มีอาการสูญเสียการได้ยินร่วม
2. โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Ménière's Disease)
เกิดจากความผิดปกติของของเหลวในหูชั้นใน ทำให้เกิดอาการเป็นช่วง ๆ อาการที่พบ ได้แก่
- บ้านหมุนรุนแรงนาน 20 นาที ถึงหลายชั่วโมง
- หูอื้อ (Aural Fullness)
- ได้ยินเสียงดังในหู เสียงวิ้งหรือเสียงหึ่ง (Tinnitus)
- การได้ยินลดลงเป็น ๆ หาย ๆ (Hearing Loss)
3. การอักเสบของเส้นประสาทการทรงตัว
มักเกิดหลังการติดเชื้อไวรัส ทำให้เส้นประสาทที่ควบคุมการทรงตัวทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยมักมีอาการ
- บ้านหมุนต่อเนื่องหลายชั่วโมงหรือหลายวัน
- เดินลำบาก
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ไม่มีอาการการได้ยินลดลง
4. ความผิดปกติของสมองและหลอดเลือดสมอง
แม้จะพบไม่บ่อยเท่าสาเหตุจากหูชั้นใน แต่เป็นภาวะที่ต้องได้รับการประเมินอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร่วม เช่น
- แขนหรือขาอ่อนแรง
- พูดไม่ชัด
- หน้าเบี้ยว
- เดินเซมากผิดปกติ
- มองเห็นภาพซ้อน
5. ภาวะอื่น ๆ ที่อาจทำให้เวียนศีรษะ
นอกจากโรคของหูและสมองแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดอาการได้ เช่น
- ความดันโลหิตต่ำ
- ภาวะโลหิตจาง
- ภาวะขาดน้ำ
- น้ำตาลในเลือดต่ำ
- ผลข้างเคียงของยาบางชนิด
- ความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ
- ไมเกรนชนิดเวียนศีรษะ (Vestibular Migraine)
อาการแบบไหนควรพบแพทย์?
แม้อาการเวียนศีรษะบางครั้งสามารถดีขึ้นได้เอง แต่หากพบลักษณะต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์- เวียนศีรษะหรือบ้านหมุนเป็นซ้ำหลายครั้ง
- อาการเป็นนานกว่าปกติหรือรุนแรงขึ้น
- เดินลำบากจนเสียการทรงตัว
- มีหูอื้อ การได้ยินลดลง หรือเสียงดังในหู
- คลื่นไส้หรืออาเจียนมากจนรับประทานอาหารไม่ได้
- มีแขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือมองเห็นผิดปกติ
- มีการบาดเจ็บที่ศีรษะก่อนเกิดอาการ
แพทย์วินิจฉัยอาการเวียนศีรษะอย่างไร?
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น- ลักษณะของอาการเวียนศีรษะ
- ระยะเวลาที่เกิดอาการ
- สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการ
- อาการร่วม เช่น หูอื้อ คลื่นไส้ หรือการได้ยินลดลง
- ตรวจการได้ยิน
- ตรวจระบบการทรงตัว
- ตรวจเลือด
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
- เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
แนวทางการรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ- หินปูนในหูชั้นในเคลื่อน รักษาด้วยการจัดท่าศีรษะ (Canalith Repositioning Maneuver) ซึ่งให้ผลดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่
- น้ำในหูไม่เท่ากัน อาจใช้การควบคุมอาหาร โดยเฉพาะการลดปริมาณโซเดียม คาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการให้ยา
- เส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ ใช้ยาตามอาการร่วมกับการทำกายภาพฟื้นฟูการทรงตัว
- โรคจากสมองหรือหลอดเลือดสมอง จำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างเหมาะสม
วิธีดูแลตนเองเมื่อมีอาการเวียนศีรษะ
ระหว่างมีอาการ สามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้ ดังนี้- นั่งหรือนอนพักทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกเวียนศีรษะ
- ลุก เปลี่ยนท่า หรือหันศีรษะอย่างช้า ๆ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- พักผ่อนให้เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรขณะมีอาการ
- หากมีอาการเกิดซ้ำบ่อย ควรจดบันทึกช่วงเวลาที่เกิด สิ่งกระตุ้น และอาการร่วม เพื่อนำข้อมูลไปปรึกษาแพทย์
อาการเวียนศีรษะและบ้านหมุนอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความผิดปกติของหูชั้นในที่พบได้บ่อย ไปจนถึงโรคของระบบประสาทและหลอดเลือดสมองที่ต้องได้รับการประเมินอย่างรวดเร็ว การสังเกตลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เกิด และอาการร่วม จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้อย่างแม่นยำและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
เมื่อมีอาการเวียนศีรษะที่เกิดซ้ำ รุนแรง หรือมีอาการผิดปกติร่วม การเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้ได้รับการดูแลที่ตรงกับสาเหตุ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคหู คอ จมูก
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 30/08/2026
แพทย์ผู้เขียน
นพ. อานิสงส์ ปิลกศิริ
ความถนัดเฉพาะทาง
โสต ศอ นาสิกวิทยา





